
ในการบริหารจัดการระบบน้ำในภาคอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือแม้กระทั่งระบบกรองน้ำขนาดใหญ่ สิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือการควบคุมและการวัดปริมาณการไหลของของเหลวอย่างแม่นยำ เครื่องมือวัดที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบันคือ โฟลวมิเตอร์พลาสติก LZS Series (Plastic Flowmeters) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ประเภท Rotameter หรือเครื่องวัดการไหลแบบพื้นที่แปรผัน (Variable Area Flowmeter) ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุพลาสติกวิศวกรรมชั้นเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานกับน้ำสะอาดและสารเคมีเจือจางโดยเฉพาะ
บทความนี้จะพาทุกท่านเจาะลึกทุกแง่มุมของเครื่องวัดอัตราการไหลรุ่นนี้ ตั้งแต่คุณลักษณะเด่น โครงสร้างวัสดุ ตารางข้อมูลทางเทคนิค (Specifications) วิธีการเลือกขนาดที่ถูกต้อง ไปจนถึงข้อควรระวังในการติดตั้ง เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้รับอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับระบบวิศวกรรมของคุณมากที่สุด
คุณสมบัติเด่นของ โฟลวมิเตอร์พลาสติก LZS Series
อุปกรณ์วัดการไหลในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลายประเภท แต่ทำไมวิศวกรและผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเจาะจงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในตระกูล LZS Series? คำตอบอยู่ที่คุณสมบัติเฉพาะตัวที่โดดเด่นดังต่อไปนี้:
- การผลิตด้วยเทคโนโลยีฉีดขึ้นรูป (Injection Molded): ตัวเรือนทั้งหมดถูกผลิตขึ้นด้วยกระบวนการฉีดพลาสติกหลอมละลายเข้าสู่แม่พิมพ์ที่มีความละเอียดสูง ทำให้ได้ชิ้นงานที่ไร้รอยต่อ มีเนื้อผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ แข็งแรงทนทาน และทนต่อแรงดันภายในระบบได้ดีเยี่ยม
- สเกลอ่านค่าชัดเจน แม่นยำสูง: หน้าปัดระบุตัวเลขระบุอัตราการไหลถูกพิมพ์ด้วยระบบซิลค์สกรีน (Silkscreened) โดยใช้หมึกสีดำเกรดพิเศษที่ไม่ลอกร่อนง่าย ตัวเลขมีความคมชัด ตัดกับสีของของเหลวและลูกลอย ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้ามาตรวจสอบและอ่านค่า (Easy-to-read scale) ได้อย่างรวดเร็วจากระยะไกล
- โครงสร้างทนทานเคมีและสารกัดกร่อน: ด้วยการเลือกใช้วัสดุพลาสติกคุณภาพสูง ทำให้เครื่องวัดรุ่นนี้ไม่เป็นสนิมตลอดอายุการใช้งาน แตกต่างจากเครื่องวัดที่เป็นโลหะทั่วไป เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบน้ำรีเวิร์สออสโมซิส (RO) น้ำกลั่น และระบบบำบัดน้ำเสียที่ไม่รุนแรง
- ความคุ้มค่าด้านราคา: เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องวัดการไหลแบบดิจิตอลหรือแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Flowmeter) อุปกรณ์ประเภทนี้มีราคาที่ประหยัดกว่ามาก ติดตั้งง่าย ไม่จำเป็นต้องเดินระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม ช่วยลดต้นทุนในการซ่อมบำรุงในระยะยาว
เจาะลึกวัสดุโครงสร้าง (Material Components)
ความทนทานและความปลอดภัยในการใช้งานของอุปกรณ์วัดการไหล ขึ้นอยู่กับวัสดุที่นำมาประกอบเป็นสำคัญ สำหรับรุ่น LZS Series ได้มีการคัดสรรวัสดุแต่ละส่วนประกอบอย่างพิถีพิถันเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด:
1. ตัวเรือน (Body Material)
วัสดุมาตรฐานที่ใช้ผลิตตัวเรือนคือ SAN (Styrene Acrylonitrile) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความโปร่งใสเทียบเท่าแก้ว แต่มีความเหนียวและทนต่อแรงกระแทกได้ดีกว่า นอกจากนี้ยังมีออปชันเสริมให้เลือกเป็นวัสดุ PC (Polycarbonate) สำหรับหน้างานที่ต้องการความแข็งแรงและทนต่อแรงดันรวมถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้นเป็นพิเศษ
2. ลูกลอย (Float Material)
ลูกลอยที่อยู่ภายในหลอดแก้วพลาสติกทำหน้าที่เคลื่อนที่ขึ้นลงตามแรงดันของอัตราการไหล ผลิตจากวัสดุ ABS (Acrylonitrile Butadiene Styrene) ซึ่งมีน้ำหนักเบา ผิวเรียบ และไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำ ช่วยให้การขยับตัวของลูกลอยเป็นไปอย่างลื่นไหลและให้ค่าความแม่นยำทางสถิติระดับ $\pm5\%$
3. ซีลกันรั่ว (O-ring Material)
เพื่อป้องกันการรั่วซึมของของเหลวบริเวณข้อต่อและฝาปิด อุปกรณ์รุ่นนี้จึงเลือกใช้ซีลยางประเภท VITON (FKM) ซึ่งเป็นยางสังเคราะห์เกรดพรีเมียมที่มีคุณสมบัติทนทานต่อสารเคมี กรด-ด่าง และอุณหภูมิสูงได้ดีกว่ายางธรรมชาติหรือยาง NBR ทั่วไป ทำให้มั่นใจได้ว่าระบบน้ำของคุณจะปลอดภัยจากการรั่วไหล
ข้อมูลทางเทคนิคและขีดจำกัดการใช้งาน (Technical Specifications)
ก่อนการเลือกซื้ออุปกรณ์ สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบว่าสภาพแวดล้อมในระบบของคุณไม่เกินขีดจำกัดสูงสุดที่ตัวเครื่องจะรับได้ โดยรายละเอียดข้อจำกัดทางเทคนิคมีดังนี้:
- วัตถุประสงค์การใช้งาน: ออกแบบมาสำหรับระบบน้ำสะอาด (For clean water) เท่านั้น ไม่เหมาะกับของเหลวที่มีกากตะกอนหนาแน่นหรือสารแขวนลอยขนาดใหญ่
- แรงดันทำงานสูงสุด (Max Working Pressure): 0.6 Mpa (หรือประมาณ 6 บาร์)
- อุณหภูมิทำงานสูงสุด (Max Temperature): 60c
- ความแม่นยำในการวัดค่า (Accuracy): 5%
- ข้อแนะนำเพิ่มเติมด้านสภาพแวดล้อม: ไม่แนะนำให้ติดตั้งในพื้นที่ที่โดดเด่นหรือสัมผัสกับแสงแดดโดยตรง (Direct exposure to sunlight is not recommended) เนื่องจากรังสี UV อาจทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วขึ้นและลดความคมชัดของสเกลตัวเลข
ตารางข้อมูลจำเพาะและการเลือกขนาด (Specifications & Flow Range Table)
เพื่อให้วิศวกรสามารถเลือกขนาดท่อและช่วงการวัด (Measuring Range) ได้อย่างถูกต้องตรงตามความต้องการ ระบบ LZS Series จึงมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ท่อขนาดเล็ก DN15 (1/2 นิ้ว) ไปจนถึงขนาดใหญ่พิเศษ DN150 (6 นิ้ว) ดังรายละเอียดในตารางด้านล่างนี้:
| ขนาด DN (mm) | รุ่น (Model) | ช่วงการวัดอัตราการไหล (Measuring Range) | ขนาดข้อต่อสวมกาว (Glue id) | ข้อต่อเกลียวนอก (Male) / เกลียวใน (Female) / ข้อต่อข้องอ (Elbow) |
| 15 | LZS-15 | 10–100 L/h 16–160 L/h 25–250 L/h 40–400 L/h 60–600 L/h | 20 | เกลียวข้อต่อมาตรฐาน 1/2″ NPT หรือ BSP 1/2″ (มีออปชันเสริมเป็นแบบหน้าแปลน Flange) |
| 25 | LZS-25 | 100–1000 L/h 0.1–1 m3/h 0.16–1.6 m3/h 0.25–2.5 m3/h | 32 | เกลียวข้อต่อมาตรฐาน 3/4″ NPT หรือ BSP 3/4″ (มีออปชันเสริมเป็นแบบหน้าแปลน Flange) |
| 32 | LZS-32 | 0.4–4 m3/h 0.6–6 m3/h | 40 | เกลียวข้อต่อมาตรฐาน 1″ NPT หรือ BSP 1″ (มีออปชันเสริมเป็นแบบหน้าแปลน Flange) |
| 50 | LZS-50 | 0.4–4 m3/h 0.6–6 m3/h 1–10 m3/h 1.6–16 m3/h | 63 | เกลียวข้อต่อมาตรฐาน 2″ NPT หรือ BSP 2″ (มีออปชันเสริมเป็นแบบหน้าแปลน Flange) |
| 65 | LZS-65 | 5–25 m3/h 8–40 m3/h 12–60 m3/h | 75 | เกลียวข้อต่อมาตรฐาน 2-1/2″$NPT (มีออปชันเสริมเป็นแบบหน้าแปลน Flange) |
| 100 | LZS-100 | 12–60 m3/h 18–90 m3/h 20–120 m3/h | 110 | หน้าแปลนมาตรฐาน DIN Flange (ระยะห่างรูเจาะ Hole distance: 180mm, ขนาดรู 8-18 |
| 125 | LZS-125 | 12–60 m3/h 18–90 m3/h 20–120 m3/h | 110 | หน้าแปลนมาตรฐาน DIN Flange (ระยะห่างรูเจาะ Hole distance: 210mm, ขนาดรู 8- 18 |
| 150 | LZS-150 | 25–150 m3/h 30–180 m3/h | 110 | หน้าแปลนมาตรฐาน DIN Flange (ระยะห่างรูเจาะ Hole distance: 240mm}, ขนาดรู 8-22 |
หมายเหตุ: สำหรับมาตรฐานการต่อสวมกาว (Glue standard) สามารถเลือกออปชันเสริมเป็นมาตรฐาน SCH, JIS หรือ BS ได้ รวมถึงหน้าแปลนสามารถสั่งทำพิเศษเป็นมาตรฐาน ANSI 150# หรือ JIS 10K ได้ตามความต้องการของหน้างาน
มิติและขนาดโครงสร้างภายนอก (Dimensions)
การทราบขนาดสัดส่วนความสูงและความกว้างของอุปกรณ์มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่องานออกแบบและเดินระบบท่อ เพื่อให้สามารถจัดเตรียมพื้นที่ติดตั้งได้อย่างพอดี โดยขนาดทางมิติตามมาตรฐานการผลิตมีดังนี้:
- ขนาดท่อ DN15: ความยาวรวม (L) 220 mm | ขนาดข้อต่อสวมกาว (B1) 26 mm | ความกว้างส่วนหัว (B2) 20 mm | ความกว้างฐาน (B3) 51 mm
- ขนาดท่อ DN25: ความยาวรวม (L) 230 mm | ขนาดข้อต่อสวมกาว (B1) 39 mm | ความกว้างส่วนหัว (B2) 32 mm | ความกว้างฐาน (B3) 60 mm
- ขนาดท่อ DN32: ความยาวรวม (L) 290 mm | ขนาดข้อต่อสวมกาว (B1) 49 mm | ความกว้างส่วนหัว (B2) 40 mm | ความกว้างฐาน (B3) 72 mm
- ขนาดท่อ DN50: ความยาวรวม (L) 375 mm | ขนาดข้อต่อสวมกาว (B1) 63 mm | ความกว้างส่วนหัว (B2) 73 mm | ความกว้างฐาน (B3) 98 mm
- ขนาดท่อ DN65: ความยาวรวม (L) 420 mm | ขนาดข้อต่อสวมกาว (B1) 88 mm | ความกว้างส่วนหัว (B2) 75 mm | ความกว้างฐาน (B3) 122 mm
- ขนาดท่อ DN100: ความยาวรวม (L) 510 mm | ระยะห่างรูเจาะหน้าแปลน 180 mm (สเปกหน้าแปลนแบบ 8 รู ขนาดรู 18)
- ขนาดท่อ DN125: ความยาวรวม (L) 510 mm | ระยะห่างรูเจาะหน้าแปลน 210 mm (สเปกหน้าแปลนแบบ 8 รู ขนาดรู 18)
- ขนาดท่อ DN150: ความยาวรวม (L) 510 mm | ระยะห่างรูเจาะหน้าแปลน 240 mm (สเปกหน้าแปลนแบบ 8 รู ขนาดรู 22)
คู่มือการติดตั้งและการใช้งานอย่างถูกวิธีตามหลักวิศวกรรม
เพื่อให้ โฟลวมิเตอร์พลาสติก LZS Series ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพสูงสุดและมีอายุการใช้งานยาวนาน ผู้ติดตั้งควรปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานวิศวกรรมดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
การติดตั้งในแนวตั้งฉาก
อุปกรณ์ชิ้นนี้ทำงานโดยอาศัยหลักการแรงดันและการยกตัวของลูกลอยตามแรงโน้มถ่วงของโลก ดังนั้น จำเป็นต้องติดตั้งในแนวตั้งฉาก $90^\circ$ กับพื้นโลกเท่านั้น และทิศทางการไหลของน้ำต้องไหลจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน (Bottom-to-Top Flow) การติดตั้งในแนวเอียงหรือแนวนอนจะทำให้ค่าที่อ่านได้มีความคลาดเคลื่อนสูงมากหรือลูกลอยไม่ขยับ
การจัดระยะท่อตรง (Straight Pipe Run)
เพื่อลดความปั่นป่วนของกระแสน้ำ (Turbulence) ที่อาจเกิดขึ้นจากข้องอ วาล์ว หรือปั๊มน้ำ ควรเว้นระยะท่อตรงก่อนเข้าอุปกรณ์อย่างน้อย 5 ถึง 10 เท่าของขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางท่อ และเว้นระยะท่อตรงหลังออกจากอุปกรณ์อย่างน้อย 3 ถึง 5 เท่า วิธีนี้จะช่วยให้กระแสน้ำไหลผ่านเครื่องวัดได้อย่างคงที่และแม่นยำที่สุด
การป้องกันค้อนน้ำ (Water Hammer)
เมื่อเริ่มเปิดใช้งานระบบน้ำ ควรค่อยๆ เปิดวาล์วอย่างช้าๆ เพื่อให้ของเหลวไหลเข้ามาเติมในระบบทีละน้อย การเปิดวาล์วอย่างรวดเร็วทันทีทันใดจะทำให้เกิดแรงดันกระแทกอย่างรุนแรง หรือที่เรียกว่า “ค้อนน้ำ” (Water Hammer) ซึ่งอาจส่งผลให้ลูกลอยวิ่งขึ้นไปกระแทกด้านบนอย่างแรงจนตัวเรือนพลาสติกแตกหักเสียหายได้
ข้อควรระวังสำคัญ: เนื่องจากตัวเรือนผลิตจากวัสดุพลาสติกประเภท SAN/PC จึงต้องหลีกเลี่ยงการนำไปใช้กับสารเคมีประเภทตัวทำละลาย (Solvents) เช่น อะซิโตน เบนซิน หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนพลาสติกเข้มข้นสูง เพราะจะทำให้โครงสร้างเกิดรอยร้าวและชำรุดในเวลาอันรวดเร็ว
การประยุกต์ใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ
ด้วยความยืดหยุ่นและการออกแบบที่ได้มาตรฐาน ทำให้เครื่องวัดการไหลตระกูล LZS สเปกนี้ถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายภาคส่วนอย่างกว้างขวาง ยกตัวอย่างเช่น:
- ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ (Water Treatment Systems): นิยมใช้ในระบบกรองน้ำอุตสาหกรรม เช่น ระบบ Reverse Osmosis (RO), ระบบผลิตน้ำอ่อน (Softener), และระบบ Deionization (DI) เพื่อมอนิเตอร์อัตราการผลิตน้ำดีและน้ำทิ้ง
- อุตสาหกรรมเคมีและเภสัชกรรม: ใช้สำหรับการวัดปริมาณการจ่ายของเหลวหรือน้ำสะอาดในกระบวนการผสมสูตรที่ไม่เป็นอันตรายต่อพลาสติก
- ระบบหล่อเย็น (Cooling Tower Systems): ใช้ตรวจสอบปริมาณน้ำหมุนเวียนในระบบระบายความร้อนของเครื่องจักร เพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรเกิดความร้อนสูงเกินไปจากปัญหาน้ำขาดแคลน
- ภาคการเกษตรและฟาร์มแนวใหม่: ใช้ในระบบการจ่ายน้ำอัจฉริยะ ระบบไฮโดรโปนิกส์ และฟาร์มปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่ต้องการควบคุมปริมาณน้ำและสารอาหารอย่างเป็นระบบ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม / ขอใบเสนอราคา: [เบอร์ติดต่อ : 089-612-8998 , 095-369-5694] Line : 095-369-5694 / www.pinpointinstrument.co.th
ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Pinpoint Instrument สินค้า valve
Facebook Fanpage : ขายวาล์ว และเครื่องมือวัด ขายเกจวัดแรงดันและโฟลมิเตอร์ Pinpoint Instrument
